‘ป๋านิค เรือประมงซิ่ง’ ชาวประมงจากเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ เป็นคนที่โดนโชคชะตาชีวิตหักหลังแสนสาหัส เขาเผชิญเหตุการณ์ล้มละลาย 2 ครั้ง ครั้งแรกตอน ป.5 สึนามิพัดบ้านทั้งหลัง เรือและเงินเก็บทั้งหมดหายไปกับสายน้ำ ครั้งที่ 2 ตอน ม.4 เรือลำเดียวที่ต่อชีวิตครอบครัวทั้ง 6 ชีวิต ล่มกลางทะเล เกือบเอาชีวิตไม่รอด จนตัดใจขายซากเรือทิ้ง ครั้นตัดสินใจมาเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ก็โดนคนแถวบ้านดูถูกว่าไม่มีทางเรียนจบหรอก อย่าไปเรียนต่อเลย หรือแม้จะเรียนเก่งจนได้เกียรตินิยม เมื่อเลือกกลับบ้านก็โดนดูถูกว่า จะกลับมาทำประมงเหรอ ไม่มีทางทำได้! นิคไม่เคยบอกว่าตัวเองเก่ง แต่เขาเลือกลงมือทำเพื่อพิสูจน์ พร้อมบอกตัวเองเสมอว่า “ถ้าวันที่ล้ม อย่าท้อใจ ทำไป สู้ไป ถ้าลุกไม่ไหว ใช้แค่หัวใจเดิน”

ฤดูกาลไดหมึก 7 เดือนแห่งความหวังของทุกครอบครัว
ชีวิตของชาวประมงกำลังเริ่มขึ้นเมื่อพวกเรากำลังหลับ แสงสีเขียวสาดสะท้อนน้ำครอบคลุมท้องฟ้าทางทะเล คือแสงจากเรือไดหมึกหลายลำที่กำลังเฝ้ารอ ‘ความหวัง’ ทะเลสำหรับพวกเขาไม่ใช่แค่ผืนน้ำ แต่คือ ‘ชีวิต’ เรือ 1 ลำไม่ได้แบกเพียงแค่อุปกรณ์จับหมึกหนักกว่า 300 กิโลกรัม แต่ยังแบกสิ่งที่หนักกว่านั้นคือ ความหวังของทุกคนในครอบครัว

“ทะเลมันให้ความหวังกับพวกเรา เราออกไปแล้ว ยังได้กับข้าวกลับมา ถ้าวันนี้เราไม่มีเงินสักบาท เพราะหาเงินมาเติมน้ำมัน กลับมาโชคดีอาจจะได้ค่าข้าวสาร ได้ค่าใช้จ่ายทุกอย่าง” นิคพูดขึ้นหลังเรือกำลังแล่นห่างออกจากฝั่ง มองไปเบื้องหน้าคือลูกน้อง 4 ชีวิตที่ฝากความหวังไว้กับเขา หันไปเบื้องหลังไกลลิบคือครอบครัวที่เฝ้ารออยู่บนฝั่ง ในช่วงเวลา 7 เดือนของฤดูกาลไดหมึก ชาวประมงไม่เคยรู้เลยว่าหมึกจะมีมากหรือน้อย มีปัจจัยหลายอย่างที่เอื้อต่อจำนวนหมึก ทั้งทิศทางลม กระแสน้ำ สีของน้ำ น้ำใสไปหรือขุ่นไป หมึกก็อาจจะน้อย บางครั้งต้องวิ่งเรือทั้งคืนเพื่อหาจุดที่เหมาะสม บางปีขาดทุน บางปีพอใช้ วนเวียนไม่รู้จบ

คลื่นยักษ์สึนามิ..หายนะที่พัดบ้านและเงินเก็บลงสู่ทะเล
นิคเป็นลูกชาวประมงที่ออกเรือไดหมึกกับพ่อตั้งแต่อยู่ ป.4 สมัยก่อนกิจการไดหมึกของพ่อรุ่งเรืองมาก เป็นแพรับหมึกเจ้าใหญ่เจ้าเดียวของเกาะลันตา มีลูกน้อง 20-30 ลำ ช่วงเวลานั้นไม่มีใครคาดคิดว่าเมื่อสึนามิมาจะพัดเรือ บ้าน และเงินเก็บทั้งหมดลงสู่ทะเล แม้จะมีลูกน้องติดหนี้ครอบครัวอยู่ไม่น้อย พ่อแม่ของนิคก็ไม่เคยไปเรียกเก็บ เพราะต่างรู้ดีว่าล้วนลำบากกันทั้งนั้น ช่วงเวลานั้นนิคอยู่ ป.5 ไม่รู้จะทำยังไงดีนอกจากแอบร้องไห้กลางคืน เสียใจที่ช่วยพ่อแม่ไม่ได้ นิคได้แต่บอกหัวใจตัวเองว่า “วันข้างหน้าเราต้องทำยังไงก็ได้ให้พ่อแม่สบาย”

ความลำบากขณะนั้น คงยากที่เด็กคนหนึ่งจะก้าวเดินต่อได้หากไม่มีหลักชัยให้เห็น พ่อของนิคไม่ได้สอนเป็นคำพูด แต่เขาลงมือทำให้เห็น พ่อทำงานอย่างหนัก ทำอวนปลา อวนปู อวนกุ้ง ต่อสู้เรื่อยมาจนเก็บหอมรอบริบซื้อเรือไดหมึกลำใหญ่ได้อีกครั้ง

“เราเรียนรู้จากสิ่งที่แกทำ ขยันอดทน สู้งาน ส่วนแม่เป็นคนให้กำลังใจ แม่บอกตลอดว่า คนเราอย่ากินแรงตัวเอง มีอะไรก็ทำ” สองสิ่งนี้ผสมอย่างกลมกล่อมลงตัวที่ตัวนิคพอดิบพอดี เขาเข้มแข็ง แต่ไม่อ่อนแอ เขาแข็งแกร่ง และเปี่ยมด้วยน้ำใจ 

ทำงานแบกปูน แบกไม้ หาเงินใช้หนี้ตั้งแต่อายุ 16
หากคิดว่าอุปสรรคในชีวิตหมดแล้ว มันไม่เป็นเช่นนั้น พายุลูกใหญ่ซัดใส่ครอบครัวนิคอีกครั้ง และครั้งนี้เจ็บปวดมากกว่าเดิม เพราะเรือที่มีล่มในทะเล 2-3 ครั้ง พ่อเกือบเอาชีวิตไม่รอด จนต้องขายซากเรือทิ้งได้เงินไม่กี่บาท แถมที่บ้านยังโดนโกงเงินหลักแสน เพราะแม่ใจดีชอบช่วยเหลือคนอื่น เมื่อไม่มีเรือก็เหมือนไร้ชีวิต พ่อต้องเลิกอาชีพประมงไปเป็นยาม แม่ไปเป็นแม่บ้าน พวกเขาแทบไม่ได้เจอหน้ากัน นิคทำงานเยอะทุกอย่างทั้งแบกปูน แบกไม้ ไปรับจ้างพาร์ทไทม์ของโรงแรม บางวันต้องลงโรงเรียนไปรับจ้างขุดต้นยางที่เกาะกลางทะเล บางวันเขาหาเงินได้ถึง 3,000 บาท ซึ่งนิคเล่าตารางงานที่คิดทีไรก็ต้องขอบคุณร่างกายตัวเองให้ฟังว่า
1. ตื่นหัวรุ่ง รับจ้างแบกไม้บนเขา นิ้วละ 5 บาท คนอื่นแบกทีละ 1 ดุ้น ผมแบกทีละ 3 ดุ้น ได้ 1,800 บาท
2. กลางวัน ทำงานก่อสร้างกับลุง ได้ 250 บาท
3. ตอนเย็น รับจ้าง แบกปูนลงเรือ เหมา 1,000 บาท

“ผมไม่ท้อนะ ผมรู้สึกว่ายิ่งเราทำงานมากเท่าไร ยิ่งรู้สึกสบายใจที่ได้ทำงานเยอะ” หลักคิดของนิค ไม่ใช่ว่าเขาเก่งกว่าคนอื่น เขาถึงทำได้ แต่เป็นเพราะว่าถ้ามัวแต่ท้อใจ ร่างกายจะไม่มีแรง คิดบวกไว้เพื่อสร้างแรงใจให้แข็งแรงกว่าพลังกายดีกว่า

ฝ่าคำดูถูก ‘เรียนทำไม เรียนไม่จบหรอก’ เพื่อความฝันให้มีชีวิตที่ดีขึ้น

นิคตัดสินใจเรียนต่อมหาวิทยาลัยด้านธุรกิจการบิน เพราะมีแนะนำว่า ถ้าเรียนการบินจะได้เงินเยอะ ซึ่งเขาใช้เวลา 3 ปีครึ่งเรียนจบธุรกิจการบินด้วยเกียรตินิยมอันดับ 2 แถมยังเป็นเด็กทุนเรียนดีของมหาวิทยาลัย ลบคำสบประมาทจากคนข้างบ้านที่ดูถูกว่าเรียนไปทำไม ไม่มีทางเรียนจบไปได้หมด ที่สำคัญนิคไม่เคยปล่อยเวลาให้สูญเปล่า เขาทำงานหาเงินทุกทาง ฟรีแลนซ์ เป็นพนักงานแคชเชียร์ ศึกษาการเทรดหุ้น แถมยังเล่นได้กำไรด้วย แม้บางวันจะนอนกอดรูปถ่ายของแม่ร้องไห้ด้วยความคิดถึงบ้าน แต่ก็ส่งข้อความไปบอกแม่ว่าลูกสบายดี เขาไม่เคยเอาเงินที่หาได้ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย กลับเอาเงินนั้นมาให้แม่ พาไปกินข้าว พาไปเที่ยว ให้พ่อแม่เหนื่อยน้อยลงหน่อยก็ยังดี 

กลับบ้านฝ่าคำดูถูกอีกครั้ง … สร้างเรือธุรกิจประมงของตนเอง

เมื่อเขาเห็นสภาพร่างกายของพ่อที่ออกทะเลไม่ค่อยไหว นิคเริ่มรู้สึกว่า ต้องกลับมาสานต่ออาชีพของครอบครัว ถ้าทำสำเร็จวันหนึ่งแม้นิคจะไม่ได้ทำประมงแล้ว ก็ยังมีอาชีพให้น้องๆ ได้ทำต่อ แต่การกลับมาทำประมงไม่ใช่เรื่องง่าย หลายคนพูดใส่หูนิคไม่มีทางทำได้ เรียนจบการบินมาจะมาทำเรือได้ไง บางคนได้ยินคำดูถูกแบบนี้คงเสียใจ แล้วหยุดทำมันไป แต่นิคไม่เคยเอามันมาคิดมาก กลับจับมาเป็นแรงผลักดันให้คิดบวกมากกว่าเดิม

“ผมบอกทุกคนตลอดว่า ผมจะไม่ขอพูดนะ แต่ผมจะทำให้เห็นว่าผมทำได้ เดือนแรกผมทำเรือได้ 80,000 บาท เดือนที่สองได้ 370,000 บาท แค่ 2 เดือนแรกทุกคนยอมรับ” นิคพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เมื่อมองดูยอดเงินคุณจะเห็นตัวเลขมหาศาล แต่แท้จริงแล้วยอดเงินนี้แลกมากับเวลาพักผ่อนที่เขาสละมันทิ้ง “ผมสู้จริงๆ คนอื่นออกเรือ 20 วัน ผมออกเรือ 24-25 วัน เขาหยุด 8 วัน ผมเลือกหยุด 5 วัน เราสู้กว่าคนอื่น ทำงานเยอะกว่าคนอื่น”

จากวันนั้นนิคก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าครอบครัวฟื้นฟูธุรกิจที่เหลือศูนย์ให้กลับมาได้ เขามีเรือไดหมึก 3 ลำ เรือหางยาว 1 ลำ ช่วยปลดหนี้ให้แม่ ส่งน้องคนหนึ่งเรียนต่อจนจบครู ส่วนอีกคนหันมาฝึกเป็นไต๋เรือตามรอยนิค ยิ่งกว่านั้นเขาไม่เคยปล่อยใครทิ้งเพียงลำพัง กลับทำงานหนักเพื่อกระตุ้นชีวิตของผู้คนในเกาะลันตามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

“เวลาผมท้อ ผมจะบอกตัวเองตลอดว่าโชคดีที่เป็นเรา ผมคิดว่าอุปสรรคหรือปัญหามันจะวิ่งเข้าหาคนที่สู้ คนที่ไม่ยอมแพ้ ผมบอกตัวเองตลอดไม่ว่าจะเจอปัญหาอุปสรรคแย่ๆ แค่ไหน โชคดีที่เป็นเรา ต้องเป็นเราเนี่ยแหละ เราสู้ไง เราต้องผ่านไปให้ได้เหมือนทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา” น้ำเสียงของนิคหนักแน่น 

ธุรกิจปลาหมึกย่าง และน้ำพริก สู้วิกฤตโควิด-19
จากประสบการณ์ชีวิตนิครับรู้ว่าทะเลเป็นสิ่งไม่แน่นอน เขาตั้งเป้าหมายในอนาคตว่า จะเอาผลิตภัณฑ์จากทะเลไปต่อยอดธุรกิจอื่นๆ นิคลงมือทำร้านร้านม.หมึกลันตา หมึกย่างหินลาวา ขายปลาหมึกย่างสดๆ ส่งความอร่อยสู่ผู้บริโภค รวมถึงช่วงโควิด -19 ก็ยังขายน้ำพริกหมึกเผา จากหมึกตากแห้งเกรด A ปรุงด้วยรสเด็ดจากสูตรของแม่ที่เปิดขายวันแรก ขายได้ 2,000 กระปุก ในเวลา 5 ชั่วโมง ใครที่ชอบหมึกตัวโตๆ สดๆ ลองติดต่อไปลิ้มรสความหวานอร่อยนี้ได้ หรือชอบรสจัดจ้าน น้ำพริกหมึกเผาก็เด็ดไม่แพ้กัน 

คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเป็นสิ่งที่ยืนยันว่าแนวคิด ‘ล้มแล้วลุกขึ้นมาพร้อมสู้’ ของนิคนั้นมาถูกทาง มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครคนหนึ่งจะฮึดสู้สุดชีวิต หากไม่ใช่เพราะครอบครัว และการมองเห็นโอกาสของทรัพยากรทางทะเลที่คลุกคลีอยู่ทั้งชีวิต ทะเลสำหรับนิคเป็นเหมือนพ่อแม่ที่สอนให้สู้ คอยสอนประสบการณ์ให้เขามองเห็นแหล่งทำกิน แล้วฝึกฝนตัวเองจนเชี่ยวชาญทั้งการลอกหมึก อวนกุ้ง อวนปลา อวนปู ตามฤดูกาลของทะเล ซึ่งเชื่อว่าเรื่องราวของนิคจะเป็นพลังใจให้ผู้คนทุกอาชีพที่กำลังท้อแท้หมดหวังในชีวิต ได้เดินทางต่อสู้อีกครั้ง เรื่องราวชีวิตของคนคนหนึ่ง ไม่ได้เป็นเพียงแค่ชีวิตของเขา แต่เป็นแรงบันดาลใจให้ชีวิตของพวกเราทุกคน ลุกขึ้นสู้ไปด้วยกัน 

ติดตามเรื่องราวดีๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ